ทางธรณีวิทยาทะเลทรายเกิดขึ้นได้อย่างไร

ในทะเลทรายที่แห้งแร้งนั้นเต็มไปด้วยระบบนิเวศเฉพาะพิเศษ ที่มีสายพันธุ์สัตว์ และพืชนานาชนิดใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และที่ผ่านมาพวกมันเหล่านี้ วิวัฒนาการเพื่อให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่สุดแสนจะแห้งแร้ง ทะเลทรายบางแห่ง นั้นแต่เดิมอาจเคยเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ หรือมหาสมุธมาก่อน โดยพื้นที่ทั้งหมดที่พวกมันครอบครองอยู่บนโลก คิดเป็น 1 ใน 5 ของพื้นดินโลก และสามารถพบได้ในทุกทวีป ทะเลทรายรับน้ำฝนน้อยกว่า 10 นิ้วในแต่ละปี

ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ของมันจะดูชวนร้อน และแห้ง แต่ยังมีบางบริเวณที่มีความหนาวเย็นอยู่ อย่างในทะเลทรายโกบี และทะเลทรายในแอนตาร์กติกา ส่วนที่ร้อนสุดในโลกอยู่ที่ทะเลทรายซาฮารา ประเทศแอฟริกา ในช่วงกลางวันมีความร้อนสูง 122 ฟาเรนไฮต์ หรือ 50 องศาเซลเซียส พื้นที่ส่วนใหญ่ที่แห้งแร้งจะมีปริมาณหยาดน้ำฟ้าครึ่งนิ้วต่อปี ที่มาจากหมอกควัน

สัตว์ที่อยู่อาศัยภายในทะเลทรายนั้น มีวิฒนาการร่างกายมานับแต่อดีต เพื่อสร้างร่างกายที่สามารถกักเก็บอุณภูมิของตัวเองไว้ได้ เพื่อให้เย็นในตอนกลางวัน และอบอุ่นในตอนกลางคืน รวมถึงปัจจัยในการใช้ชีวิตที่น้อยกว่า อย่างเช่นอูฐ ที่พวกมันจะกินน้ำน้อยมาก ๆ ในแต่ละวัน และอยู่รอดได้นานหลายสัปดาห์ ส่วนสัตว์ชนิดอื่น ๆ จะออกหากินในตอนกลางคืน ซึ่งมีอุณภูมิต่ำกว่าตอนกว่างวัน หรือสัตว์บางชนิดอย่างเต่าทะเลทราย พวกมันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในใต้ดินของสหรัฐอเมริกา

ในส่วนของพืชและต้นไม้ในทะเลทรายนั้น ถือว่ามีความพิเศษไม่แพ้กับสัตว์ เราจะเห็นต้นไม้เติบโตได้ แม้จะขาดแหล่งน้ำสะอาดนานนับปี บางสายพันธุ์อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งที่สุด โดยจะฝังรากลึงลงไปในชั้นใต้ดิน เพื่อหาแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุด อย่างกระบองเพชร พวกมันมีวิธีการที่จะเก็บน้ำไว้ในลำต้น ถึงขนาดที่จะอยู่รอดได้เป็นร้อยปี ปัจจุบันนี้ทั่วโลกของเรามีปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นดินกึ่งแห้งแล้ง ที่กลายสภาพเป็นทะเลทรายอย่างรวดเร็ว แต่อะไรคือสาเหตุและปัญหาคืออะไรกัน

สมัยก่อนทะเลทรายนั้นเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของโลกโดยตรง เช่นพวกมันเคยเป็นมหาสมุธที่เต็มไปด้วยน้ำ หรือป่าเขียวจรี แต่ในปจุบัน เรามีทะเลทรายเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของประชากรโลก เมื่อมีปากท้องเพิ่มขึ้น อาหารก็จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น ทำให้มีการทำพื้นที่เกษตรกรรม และเลี้ยงสัตว์มากมาย ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินนั้นต่ำลง รวมถึงภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณภูมิโลกสูงขึ้น ไฟป่าที่เกิดได้ง่ายขึ้น ทำให้พื้นที่นั้นถูกทำลาย แห้งแล้ง รอวันกลายสภาพเป็นทะเลทรายในที่สุด