ทะเลทรายซีเรีย ทะเลทรายที่ราบสูง

ทะเลทรายหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงทะเลทรายแต่ละแห่งก็มีรายละเอียดไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ทะเลทรายซีเรียเองต้องบอกเลยว่าเป็นทะเลทรายไม่เหมือนแห่งอื่น จะเรียกว่าเป็นทะเลทรายที่ราบสูงก็ได้ ว่าแต่ทำไมเป็นอย่างนั้นเรามาหาคำตอบกัน ทะเลทรายซีเรีย อยู่มุมไหนของโลก ทะเลทรายซีเรีย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ประเทศซีเรียเป็นหลัก จัดเป็นทะเลทรายมีบริเวณอาณาเขตค่อนข้างกว้างเหมือนกัน จากข้อมูลบอกว่ามีบริเวณประมาณ 500,000 ตารางกิโลเมตร ทะเลทรายนี้อยู่บริเวณตะวันออกกลาง เป็นพรมแดนตรงกลางระหว่างหลายประเทศด้วยกันไม่ว่าจะเป็น เลบานอน, อิรัก, ซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น ทะเลทรายที่ราบสูง ลักษณะเด่นของทะเลทรายแห่งนี้ นั่นคือ เค้ามีที่ราบสูงตรงกลางของทะเลทรายด้วย พื้นที่ประมาณ 700-900 เมตร ชื่อว่า ที่ราบสูงฮาเหม็ด พื้นที่ราบสูงกึ่งทะเลทรายนี่แหละทำให้ทะเลทรายซีเรียไม่เหมือนแห่งอื่น สภาพภูมิประเทศจะเป็นพื้นหินปูน(ไม่ใช่ทรายล้วน) ผสมกับก้อนกรวด หินก้อนเล็ก คราบเกลือ ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้แตกต่างกว่าทะเลทรายแห่งอื่นเยอะทีเดียว ส่วนเรื่องอุณหภูมิก็ไม่แตกต่างจากทะเลทรายอื่นเท่าไร สิ่งมีชีวิตในทะเลทราย แม้ว่าจะเป็นทะเลทรายอันแห้งแล้งจนไม่คิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ แต่น่าแปลกทะเลทรายแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่พอสมควรเลย สัตว์ประจำทะเลทรายแห่งนี้ตัวอย่างเช่น หนูแฮมสเตอร์ซีเรีย, นกกระสา, นกกระสาปั้นจั่น, กวางขนาดเล็ก, นกน้ำ และ แร็พเตอร์ สัตว์ป่าเหล่านี้มักจะอาศัยอยู่ตามโอเอซิลและแหล่งน้ำตามธรรมชาติ บางครั้งอาจจะได้เห็น ละมั่ง, หมาป่า, สุนัขจิ้งจอกเลยก็ได้ น่าเสียดายสัตว์บางชนิดเหลือน้อยแล้วเนื่องจากการออกล่าของมนุษย์นั่นเอง พัลไมรา เมืองโบราณเขตทะเลทราย แม้ว่าจะเป็นทะเลทราย แต่เชื่อหรือไม่ว่า ทะเลทรายแห่งนี้มีเมืองโบราณที่น่าจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมซ่อนอยู่นั่นคือ เมืองที่มีชื่อว่า พัลไมรา …

แนะนำโรงแรมน่าพักที่สุดใน Palm Springs

Holiday House Palm Springs โรงแรมแห่งนี้มีจักรยานให้ยืมไปปั่นเล่นในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างฟรีๆ  Holiday House Palm Springs ตั้งอยู่ใน Palm Springs ห่างจาก Saks Fifth Avenue 500 เมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้แก่ผู้เข้าพักอย่างครบครัน เช่น สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ พร้อมด้วยสวนสีเขียวที่ดูแล้วรู้สึกสบายตาช่วยปรับอารมณ์มีการตกแต่งสวนด้วยงานศิลปะสีสันน่าสะดุดตา   ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยง มีที่จอดรถให้บริการฟรี ห้องพักปลอดบุหรี่ นอกจากนี้ศูนย์การประชุม Palm Springs Convention Center ตั้งอยู่ห่างจากโรงแรมเพียง 1.1 กม. อีกทั้งมีศูนย์การค้า Palm Springs Square อยู่ห่างออกไป 3.4 กม. ห้องพักที่โรงแรมนี้ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสีน้ำตาล ออกแบบโดยใช้โทนสีฟ้าขาว ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายตา ให้ความรู้สึกแบบ Mediterraneanพื้นที่นั่งเล่นหย่อนใจขนาดกว้างขวาง มีห้องน้ำส่วนตัวพร้อมอ่างอาบน้ำอุ่นขนาดมินิ และผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับใช้ในห้องน้ำฟรี รวมทั้งยังมีบริการฟรี Wi-Fi ห้องพักบางห้องสามารถมองออกไปเห็นวิวภูเขาได้ ห้องพักทุกห้องมีเครื่องปรับอากาศและโต๊ะทำงาน มีบริการอาหารเช้าแบบ Continental พร้อมเสริฟทุกเช้า ผู้เข้าพักสามารถรับประทานอาหารได้ที่ร้านอาหารในโรงแรมซึ่งเชี่ยวชาญทานด้านอาหารอเมริกัน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง The Saguaro …

ทำไมจึงไม่มีน้ำในทะเลทราย ?

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมพื้นที่บนโลกของเรา ถึงมีบางจุดแห้งแล้งมองไปไหนทางไหนก็เจอแต่ไอร้อนและพื้นที่สีน้ำตาลซึ่งเต็มไปด้วยเม็ดทรายสุดลูกหูลูกตา พื้นที่เหล่านี้จะไม่มีน้ำให้มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ดื่มกินอาศัยกันเลยหรือ ? ทำไมจึงไม่มีน้ำในทะเลทราย ? คำตอบคือ มันเป็นพื้นที่ปราศจากฝนบวกกับอุณหภูมิร้อนจัด ส่งผลให้ความชื้นในอากาศเกือบเป็นศูนย์ตลอดทั้งปี แต่อย่างไรก็ตามบ้างครั้งก็มีฝนตกลงมาบ้างเช่นกัน แต่จากอากาศร้อนจัด จึงทำให้น้ำฝนระเหยไปก่อนจะตกถึงพื้นทรายด้วยซ้ำ แต่ถ้าฝนตกหนักมาก เมื่อตกลงบนพื้นทรายแล้วน้ำก็จะไหลซึมลงไปใต้ดินกลายเป็นน้ำบาดาล เมื่อสะสมมากๆเข้าก็จะกลายเป็น Oasis ซึ่งเป็นแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ตั้งอยู่กลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง พื้นที่บนโลกของเราร้อยละ 20 ทั้งหมดเป็นทะเลทราย โดยมักเกิดในบริเวณแห้งแล้งจัด เช่น ทางทิศตะวันตกของทวีป ซึ่งมีลมสินค้าพัดจากชายฝั่งไปสู่ทะเล , บริเวณชายฝั่งมีกระแสน้ำเย็นไหลผ่าน รวมทั้งบริเวณปลายลมของเขตภูเขาสูง สภาพภูมิประเทศเหล่านี้มักไม่มีฝนตกหรือถ้าจะมีก็น้อยมาก สาเหตุมาจากสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ทะเลทราย Sahara ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีชื่อเสียงและมีอาณาเขตกว้างขวางมากที่สุดในโลก มีเนื้อที่ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร พูดง่ายๆคือมีความใหญ่เท่าประเทศอเมริกา ทะเลทราย Sahara ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทางตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก อุณหภูมิในเดือนกรกฎาคม ประมาณ 32°C ส่วนอุณหภูมิในเดือนมกราคม สูงประมาณ 20 °C  มีเนินทรายสูงที่สุดในโลกขนาด 465 เมตร ใน Sahara บางครั้งก็เกิดลมพายุที่มีชื่อเสียง เช่น ลม Sirocco หรือ Khamsin เป็นต้น …

จัดอันดับ 5 ทะเลทรายสวยที่สุดในโลก

ถ้าพูดถึง ‘ทะเลทราย’ หลายๆคนมักจะนึกถึงความแห้งแล้ง มองไปทางไหนก็มีแต่ไอร้อนผุดขึ้นมาจากผืนทราย ส่วนตอนกลางคืนก็กลับตาลปัตรเพราะอากาศเปลี่ยนเป็นเย็นจัด ช่างเป็นความแตกต่างอันเต็มไปด้วยความทรมาน แถมไม่มีความสวยงามอะไรให้ดูมากนัก ไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด แต่วันนี้เรามีทะเลทรายซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลทรายสวยที่สุดในโลก แตกต่างจากทะเลทรายทั่วไป และความสวยงามเหล่านั้นจะเป็นยังไง มาชมกันเลยค่ะ ทะเลทราย Atacama , ชิลี ทะเลทราย Atacama เป็นทะเลทรายแห้งแล้งที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศชิลี ทะเลทรายแห่งนี้มีลักษณะทอดตัวยาวเกินกว่า 40,540 ตารางไมล์ Atacama เป็นทะเลทรายปลอดน้ำ ปริมาณน้ำฝนในทะเลทราย Atacama เฉลี่ยเพียง 1 มิลลิเมตร/ปีเท่านั้น ความน่าสนใจคือดินในทะเลทรายนี้ดูเหมือนดินจากดาวอังคาร มีหอสังเกตการณ์ 3แห่งตั้งอยู่ในทะเลทราย Atacama ทะเลทราย Sahara , แอฟริกาเหนือ ทะเลทราย Sahara เป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาด 3.6 ล้านตารางไมล์ โดยครอบคลุมอาณาเขตส่วนใหญ่ของแอฟริกาเหนือ แม้จะมีสภาพแวดล้อมอันรุนแรง แต่ทะเลทราย Sahara กลับมีความงามอันเปรียบมิได้ ไม่ว่าทั้ง ภูเขาหินเกลือ , เนินทรายทุ่งราบ อีกทั้งอากาศของ Sahara นั้นมีเอกลักษณ์และน่าทึ่ง เกือบ 25% ของทะเลทราย Sahara …

สัมผัสพื้นที่แห้งแล้งสุดๆ ณ แอนตาร์คติกา

ประเทศไทยเรานี่ถือว่าดีทีเดียวฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลอาจจะมีมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่สภาพแวดล้อมกำหนด อย่างไรก็ตามมีบางมุมของโลกนี้ที่บางครั้งฟ้าฝนก็ไม่ได้ตกต้องตามฤดูกาลเท่าไรนัก บางพื้นที่ฝนตกน้อยมาก หรือไม่ตกเลยก็มี แต่เราจะพาไปสัมผัสพื้นที่แห้งแล้งสุดๆของโลกกันว่ามันอยู่ตรงไหน แอนตาร์คติกา ดินแดนแห่งความแล้ง ดินแดนแห้งแล้งสุดในโลก หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นทะเลทราย ซาฮาร่า แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ใช่ คำตอบคือ แอนตาร์คติกา หรือ ขั้วโลกใต้นั่นเอง แม้ว่าจะมีหิมะก็จริง แต่การสำรวจกลับบอกว่าดินแดนแห่งนี้แห้งแล้งมาก โดยเฉลี่ยจะมีฝนตกไม่ถึง 1 นิ้วต่อปีเท่านั้นเอง (เกณฑ์พื้นที่แห้งแล้งบอกไว้ว่าจะต้องมีฝนตกในพื้นที่ไม่ถึง 10 นิ้วต่อปี) ไม่เพียงแค่นั้นบางพื้นที่ในแอนตาร์คติกา ฝนไม่ตกเป็นเวลากว่าล้านปีแล้ว Dry Valley ดาวอังคารบนพื้นโลก ทวีปแอนตาร์คติกาแม้ว่าสภาพโดยรอบจะแห้งแล้งอยู่แล้ว แต่จุดแห้งแล้งจนน่ากลัวแต่น่าศึกษามากสุดนั่นคือ Dry Valley หรือ หุบเขาแห่งความแห้งแล้ง หุบเขาแห่งนี้พิเศษมาก อย่างแรกสภาพแวดล้อมแห่งแล้งมากแทบจะไม่มีความชื้นอยู่เลย ไม่มีหิมะปกคลุม ไม่มีน้ำแข็งปกคลุม (ทั้งๆที่รอบนอกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะ) พื้นที่โดยรอบจะเป็นออกไซต์ของเหล็ก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า สนิม นั่นเอง สภาพเลวร้ายแบบนี้เลยไม่แปลกที่จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ตรงนี้ได้เลย ไม่น่าเชื่อใช่ไหม ยังไม่หมดพื้นที่ตรงนี้นักวิทยาศาสตร์นอกจากสนใจในความขัดแย้งแบบสุดขั้วแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ทดลองสภาพแวดล้อมของดาวอังคารอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นดาวอังคารบนพื้นโลกก็ไม่ผิดนัก ทำไมความชื้นถึงไม่มี คำถามต่อแอนตาร์คติกา นั่นคือ ทั้งๆทีมันอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำแม้ว่าจะอยู่ในรูปน้ำแข็งขนาดนั้น แต่กลับไม่มีความชื้นอยู่เลยนั่นเป็นเพราะอะไร คำตอบก็คือ ลักษณะพิเศษของหุบเขานั้นทำให้เกิดสายลมพัดลงเขา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากอากาศเย็นจัด บวกกับความหนาแน่น บวกกับแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เกิดลมทั้งเร็ว …

ผจญภัยในทะเลทรายอาหรับ

การท่องเที่ยวในทะเลทรายนั้น หลายคนอาจจะคิดว่าไปทำไม น่าสนุกหรือไม่ น่าไปหรือเปล่า อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่เราบอกเลยว่าการท่องเที่ยวทะเลทรายนั้น สนุก มันส์ ผจญภัยไม่แพ้การท่องเที่ยวแบบอื่นเลย อย่างเช่น การท่องเที่ยวในทะเลทรายอาหรับ ที่ต้องบอกว่าหากได้ไปแล้วจะไม่ลืมรสชาติการผจญภัยเลยทีเดียว ทะเลทรายอาหรับอยู่ตรงไหน ทะเลทรายอาหรับเป็นทะเลทรายที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก ทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอาหรับอันลือลั่นเลย ทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่ว่าทะเลทรายแห่งนี้มีพื้นที่บริเวณค่อนข้างกว้างทีเดียว กินอาณาบริเวณไปถึงประเทศข้างเคียงด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเทศจอร์แดน , อิรัก, คูเวต, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน และ เยเมน เรียกได้ว่าเป็นทะเลทรายซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของประเทศแถบนั้นเลยก็ว่าได้ Fast & Furious เวอร์ชั่นทะเลทราย การท่องเที่ยวทะเลทรายอาหรับแห่งนี้ กิจกรรมแรกที่เราขอแนะนำเลยนั่นคือ การขับรถท่องทะเลทรายแบบสุดมันส์ เราจะได้นั่งรถกระบะ เพื่อซิ่งรถอย่างเต็มที่ เปรียบเทียบง่ายๆว่า เราจะได้รู้สึกเหมือนกับนั่งรถฝีมือของ โดมินิก ทอเร็ตโต จาก The Fast & Furious แต่เป็นเวอร์ชั่นสนามทะเลทรายสุดเวิ้งว้างไกลสุดลูกหู ลูกตา เพียงเท่านั้นก็อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านแล้วจริงไหม แนะนำว่าใครเมารถอาจจะต้องนั่งหน้า ไม่งั้นเวียนหัวอ้วกจะหมดสนุกไปเสียก่อน ขี่อูฐชมทะเลทรายยามเย็น เมื่อเราท่องเที่ยวไปแล้ว ยามเย็นก็มีอีกกิจกรรมหนึ่ง นั่นคือการขี่อูฐชมทะเลทรายยามเย็น ทำไมต้องเป็นตอนเย็น เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัดนั่นเอง อีกทั้งยังทำให้เราได้ความรู้สึกเหมือน เจ้าหญิง เจ้าชาย …

เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับทะเลทรายซาฮาร่า

ทะเลทรายนับว่าเป็นภูมิประเทศอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างเลวร้ายอย่างมาก มนุษย์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในพื้นที่ทะเลทรายดังกล่าว โลกของเรามีทะเลทรายหลายแห่งด้วยกัน แต่เชื่อว่า ทะเลทรายมีชื่อมากสุดในโลก ต้องเป็นทะเลทรายซาฮาร่าอย่างแน่นอน วันนี้เราจะนำเสนอเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับทะเลทรายซาฮาร่าแห่งนี้กันว่ามีอะไรบ้าง อดีตของทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายซาฮาร่า นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มค้นคว้าแล้วเห็นร่องรอยของแม่น้ำและซากเมล็ดพันธุ์หลงเหลืออยู่ ทำให้เชื่อกันว่าเดิมทีไม่ได้เป็นทะเลทรายอันแห้งแล้งแบบนี้แต่กลับเป็นพื้นที่เขียวชะอุ่มสมบูรณ์แบบ เหมือนดั่งกับบ้านของเหล่าสิ่งมีชีวิตมากมาย มนุษย์เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้กันมากทีเดียว แต่หลังจากมนุษย์ได้เข้าไปอยู่แล้วทำการถางป่าซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นออกไป จนทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป บวกกับแกนโลกมีการขยับตลอดเวลาจนทำให้มรสุมไม่พาดผ่าน ผลก็คือ พื้นที่นี้แห้งแล้งไปเรื่อยๆจนกลายเป็นทะเลทรายในปัจจุบัน ความยิ่งใหญ่ของซาฮาร่า ทำไมทะเลทรายซาฮาร่าจึงถูกจัดว่าเป็นทะเลทรายยิ่งใหญ่สุดในโลก คำตอบก็ไม่ยากเนื่องจากทะเลทรายแห่งนี้มีพื้นที่มากสุดในโลกนั่นเอง ทะเลทรายซาฮาร่าแห่งนี้จากการวัดมันกินอาณาเขตกว้างถึง 9.3 ล้านตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว เอาง่ายว่าพื้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า ใหญ่กว่าประเทศอเมริกาเสียอีก ไม่เพียงเท่านั้นทะเลทรายแห่งนี้ยังรายล้อมไปอีกหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ตูนิเซีย, ลิเบีย, แอลจีเรีย, ซูดาน และ อียิปต์ มีอะไรในอยู่ในทะเลทรายบ้าง หากไม่นับทะเลทรายแล้ว มีอะไรอีกบ้างอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้บ้าง คำตอบแรกนั่นคือ แหล่งโอเอซิสที่กระจายตัวอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ ซึ่งทางตอนเหนือจะมีแหล่งโอเอซิสมากกว่า แหล่งน้ำจากโอเอซิสนี้ไม่เพียงแค่พักเท่านั้นยังถูกนำมาเป็นต้นทุนในเขตเกษตรกรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็น การปลูกปาล์ม มะกอก องุ่น ข้าวสาลี และข้าวบาเลย์ต้องใช้น้ำจากตรงนี้ทั้งนั้น อีกอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ทะเลทรายนั่นคือ เมืองโบราณ นั่นเอง บางเมืองอาจจะถูกค้นพบแล้วแต่บางเมืองก็ยังไม่ได้ถูกค้นพบ ซ่อนตัวรอนักสำรวจไปค้นหาอยู่ สุดท้ายใต้ทะเลทรายแห่งนี้มีแหล่งน้ำมันซ่อนอยู่ด้วย นั่นทำให้มีการขุดน้ำมันขึ้นมาเพื่อส่งออกและใช้เป็นต้นทุนในระบบการขนส่งด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเค้าไม่ขี่อูฐกันแล้ว ความสวยงามบนความเวิ้งว้าง แม้ว่าจะเป็นทะเลทราย สภาพอากาศร้อนจัด แต่เชื่อหรือไม่ว่า ทะเลทรายซาฮาร่ากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของนักท่องเที่ยวไทยเลยทีเดียว หลายคนต่างต้องการฝ่าฝันความยากลำบาก …

ทะเลทรายโกบี แหล่งรวมฟอสซิล

ทะเลทรายนับว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง ร้อน จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่ทะเลทรายกลับมีมนต์ขลังอย่างน่าประหลาด ทะเลทรายบางแห่งมีสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามซ่อนอยู่จนเราคาดไม่ถึงเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น ทะเลทรายโกบี ทะเลทรายใหญ่สุดของฝั่งเอเชีย ทะเลทรายโกบีอยู่ตรงไหน ทะเลทรายโกบีนั้นจัดว่าเป็นทะเลใหญ่สุดในฝั่งทวีปเอเชีย ทะเลทรายแห่งนี้ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองลงมาจาก ทะเลทรายซาฮาร่า และ ทะเลอาหรับ ที่ตั้งของทะเลทรายโกบีนั้นอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างประเทศมองโกเลียตอนใต้ กับ ประเทศจีนตอนเหนือ ทะเลทรายแหล่งรวมฟอสซิล จุดเด่นอย่างหนึ่งของ ทะเลทรายโกบีได้แก่สิ่งที่อยู่ภายใต้ทะเลทรายแห่งนี้ นั่นคือ ซากฟอสซิลไดโนเสาร์ตั้งแต่ครั้งบรรพกาล นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าในอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นแหล่งอาศัยอยู่ของเหล่าไดโนเสาร์มาก่อน ทำให้นักบรรพชีวินค้นพบซากฟอสซิล และ ไข่ไดโนเสาร์จากทะเลทรายโกบีเยอะแยะมากมาย อีกทั้งทะเลทรายแห่งนี้ยังเป็นแห่งแรกที่ขุดพบซากฟอสซิลอีกด้วย เส้นทางสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทะเลทรายโกบีแห่งนี้ แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมเป็นทะเลทรายก็จริง แต่หากย้อนกลับไปดูในประวัติแล้ว ทะเลทรายแห่งนี้นับว่ามีความสำคัญต่อหน้าบันทึกประวัติศาสตร์เลย ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมอันโด่งดังในอดีต อีกประวัติหนึ่งกล่าวว่าทะเลทรายแห่งนี้เกี่ยวข้องกับมหาบุรุษเจงกีสข่านอีกด้วย นับว่ามีความสำคัญไม่น้อยทะเลทรายโกบี ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว การท่องเที่ยวทะเลทรายโกบีสามารถท่องเที่ยวได้ทั้งจากฝั่งประเทศจีน และ ประเทศมองโกเลีย หากเราเลือกไปเที่ยวจากฝั่งประเทศจีน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว กล่าวคือมันคือโอเอซิสกลางทะเลทรายนั่นแหละ แต่มันมีความเจ๋งคือ มีมรดกทางวัฒนธรรมตรงนี้ด้วยไม่ได้มีแค่โอเอซิสอย่างเดียวไม่ว่าจะเป็นยอดเจดีย์ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นต้น อีกทั้งแหล่งน้ำในโอเอซิสแห่งนี้ มันคือทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยว น้ำสีเขียว ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ในชัยภูมิดีมาก มันอยู่ท่ามกลางเนินทรายทำให้ไม่ถูกทับถมพายุทรายนั่นเอง ทะเลสาบแห่งนี้ยังถูกยกย่องให้เป็นทะเลสาบกลางทะเลทรายอันสวยงามที่สุดด้วย ต้องไปลองเห็นเอง วัดถ้ำตุนหวง สถานที่อีกแห่งหนึ่งจากฝั่งจีน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านความเชื่อ ศาสนา …

สัตว์ร้ายที่อยู่ในทะเลทรายมีอะไรบ้าง

ทะเลทรายเป็นสถานที่สุดร้อนในกลางวัน หนาวเย็นในตอนกลางคืน ถือเป็นพื้นที่สภาพแวดล้อมสุดเลวร้าย ที่ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยสำหรับมนุษย์ แถมน้ำสะอาดก็แทบจะหาไม่ได้ การเดินบนพื้นทรายก็แสนลำบาก ลมอาจแรงจนก่อตัวเป็นพายุ กว่าที่จะรู้ตัวพายุก็มาอยู่หน้าคุณแล้ว การเดินทางไปไหนมาไหนเป็นเรื่องยาก อย่าคาดหวังว่าจะเจอรถเมลมาจอดรับคุณที่ทะเลทราย ถ้ายังโหดไม่พอ ยังมีสิ่งอันตรายที่ควรรู้จักอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเจ้าถิ่นของทะเลทรายทั้งหลาย นั่นก็คือเหล่าสัตว์ต่าง ๆ บางชนิดอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว ไปดูกันว่ามีตัวอะไรกันบ้างกับ 10 อันสัตว์อันตรายที่สุดในทะเลทราย 1.งูพิษทะเลทราย งู เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบออยู่อาศัยในบริเวณที่มีความอบอุ่น พบมันได้ทั่วทุกมุมโลก แม้กระทั่งในทะเลทราย และมีหลายสายพันธุ์ที่มีความอันตรายอย่างมาก เช่นงูหางกระดิ่ง หางของมันจะชูขึ้นและสั่นอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเสียง เพื่อใช้ขู่ศัตรู หรือเตือนว่าอย่าให้เข้ามาใกล้ คุณคงไม่อยากจะเข้าไปหามันแน่ ๆ นอกเสียจากว่าอยากฆ่าตัวตาย พิษของพวกมันสามารถเข้าสู่กระแสเลือด และเดินทางเข้าสู่หัวใจ ส่งผลให้ตายเพียงไม่กี่เสี้ยวอึดใจ 2.แมงป่องทะเลทราย อย่าคิดว่างูน่ากลัวที่สุด เมื่อมาพบกับนักล่าตัวจริงอย่างแมงป่อง พวกมันตัวเล็ก แต่พิษที่หางของมันอาจรุนแรงถึงถึงตายเช่นเดียวกับพิษของงู แมงป่อง “deathstalker” เป็นสายพันธุ์ที่รู้จักกันดีที่สุุด ว่ามันมีพิษร้ายแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ พิษของมันถ้าคุณไม่ตาย ก็จะพบกับความเจ็บปวดที่ทรมานเหมือนกับตายทั้งเป็น 3.แมงมุม ตอนแรกงู ต่อมาก็แมงป่อง คราวนี้ถึงตา “แมงมุม” กันบ้างแล้ว แมงมุมในทะเลรายใช้ชีวิตอยู่โดยหลบซ่อนตามซอกหิน หรือใต้ดินในช่วงกลางวัน และมันจะออกมาหาอาหารในตอนกลางคืน เช่น “แมงมุมหลังแดง” พวกมันมีพิษร้ายแรงพอ ๆ กับ …

พายุทะเลทรายภัยอันตรายและร้ายแรง

พายุทะเลทหราย (Sandstorms) หรือพายุฝุ่น (Duststorms) เกิดจากลมพายุที่พัดผ่านดินและทราย ม้วนพวกมันลอยขึ้นในอากาศจนบดบังทัศนวิศัยทั้งหมดในบริเวณ โดยทะเลทรายที่มีมีความหนาแน่นสูงมักจะพบกับพายุทะเลทรายอยู่บ่อยครั้ง โดยจะเกิดขึ้นในบางช่วงของปี พายุทรายอาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง จากความร้อนแรงของอากาศเหนือทะเลทรายทำให้ให้ชั้นบรรยากาศไม่เสถียร โดยส่วนใหญ่แล้วจะก่อตัวไม่สูงเกิน 10 ฟุต แต่บ้างครั้งก็อาจสูงได้ถึง 50 ฟุตจากพื้นดิน ทรายที่พายุพามานั้นมีความหนาแน่นกว่าฝุ่นทั่วไป โดยมันจะถูกพัดตกไปทั่วบริเวณต้นกำเนิดของมัน และบางครั้งก็มีบ้างที่มันปริวไปไกล และตกลงในมหาสมุธ พวกมันมีความอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของเรา รวมถึงสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ของมนุษย์ การเกิดพายุทะเลทรายทำให้สูญเสียหน้าดินในหลาย ๆ ประเทศ การทำให้ดินเสื่อมสภาพนั้นเป็นความสามารถอันน่ากลัวอย่างแรกของพายุทะเลทราย ทำให้ดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกทำลายลง ปัจจุบันนี้มันเกิดขึ้นแล้วในภาคเหนือของประเทศจีน ที่พื้นที่สีเขียวของพวกเขาเริ่มค่อย ๆ หายไปจากพายุ นอกจากนี้ มันไม่ได้ขนพามาแต่ทราย และฝุ่นเท่านั้น มันยังพาพวกเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศมาด้วย มันจึงกลายเป็นตัวหายนะที่จะแพร่เชื้อไปทั่วโลกได้อีกด้วย และที่เป็นอันตรายสุด ๆ ก็คือในบุคคลที่เป็นโรคหอบหืด เมื่อสูดด้วยพวกฝุ่นทรายเข้าไปมาก ๆ จะทำให้ปอดทำงานผิดปกติจนถึงขึ้นเสียชีวิตได้ และเป็นสาเหตุของปอดบวมฝุ่น หรือโรคซิลิโคสิส หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้การหายใจติดขัด หายใจไม่ออก จนเป็นมะเร็งปอด ดวงตาของเราก็เป็นอันตรายเช่นเดียวกัน อย่างโรคตาแห้ง หรือ Keratoconjunctivitis sicca เมื่อเป็นแล้วมีโอกาสที่จะทำให้คน ๆ นั้นถึงขั้นตาบอดได้เลย ในบางงานวิจัยเคยระบุไว้ว่ามันส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตของเราอีกด้วย ในความเสียหายทางการเกษตร พายุจะพัดฝุ่นมากมายมาทับทมเต็มไร่ …