แนะนำสถานที่เที่ยวใน Palm Springs

        Palm Springs สถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงของอเมริกา ซึ่งอยู่ห่างจาก Los Angeles ไม่ถึง 200 ไมล์ โดยรอบๆ ของ Palm Springs ก็จะมีชุมชนอยู่รอบๆ รวมไปจนถึง Palm Desert ด้วย ซึ่ง Palm Desert นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากใน Palm Springs นับว่าเป็นทะเลทรายที่คนนิยมไปเที่ยวกันในฤดูหนาว โดยสามารถที่จะไปเล่นสกีได้ แถมอากาศก็ดีมากๆ เลยทีเดียว Palm Springs นั้นเป็นเมืองที่มีความครึกครื้นสนุกสนานตลอดทั้งปี ถึงแม้ว่าในฤดูร้อนเองก็ตาม เพราะในช่วงนี้คนส่วนใหญ่มักจะไปเดินป่าที่ Palm Springs กัน จึงทำให้กลายเป็นว่า Palm Springs นั้นถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนไปเที่ยวตลอดทั้งปี ในทุกฤดู ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวใน Palm Springs ที่น่าสนใจมีดังนี้ Palm Canyon สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของ Palm Springs โดยอยู่ห่างจากตัวเมือง Palm Springs เพียงแค่ 6 ไมล์เท่านั้น สำหรับ South Palm …

จุดชมวิวที่สวยๆ ใน Palm Springs

          Palm Springs ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าสถานที่ดังกล่าวนี้จะต้องมีบางอย่างที่ติดใจใครหลายๆ คน เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวในโลกใบนี้ ล้วนแล้วแต่จุดเด่น ณ จุดใด จุดหนึ่งที่เป็นเสน่ห์มากที่สุด อย่างที่เราจะมากล่าวถึงใน Palm Springs นี้เอง Palm Springs ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีสถานที่ย่อยๆ อีกมากมาย เมืองแห่งนี้มีมุมมองที่สวยงามหลายแห่งดังนี้ Palm Canyon เป็นสถานที่ที่เราจะได้มองเห็นวิวที่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นปาล์ม ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมด ท่ามกลางพื้นดินที่ประกอบไปด้วยหินขนาดใหญ่สีขาว ดูเสมือนว่าเป็นสถานที่ที่ถูกจัดฉากขึ้นมา แต่ความจริงแล้ว สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากอิทธิพลของธรรมชาติล้วนๆ เลย Mount San Jacinto ภูเขาแห่งนี้อยู่สูงจากพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายกว่าหมื่นฟุต โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะขึ้นกระเช้าไปดูวิวของเมือง Palm Springs ได้ โดยกระเช้านั้นมีระยะทางที่ยาวมาก เรียกได้ว่าเมื่อขึ้นไปแล้วท่านจะคุ้มค่ากับภาพที่ได้อย่างแน่นอน Village Fest เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับ Palm Canyon ซึ่งอยู่มาทางตอนใต้นั่นเอง โดยสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะมากันในยามเย็น เพื่อจับจ่ายซื้อของกัน โดยของที่ขายส่วนใหญ่นั้นจะเป็น อาหารท่องถิ่น ผลงานศิลปะ งานฝีมือ รวมไปจนถึงสินค้าท้องถิ่น ซึ่งนับว่าเป็นอีกมุมมองหนึ่งของ Palm Springs ที่เป็นเสน่ห์มากๆ ยิ่งในช่วงหัวค่ำ ตลาดแห่งนี้จะเปิดไฟสีสันต่างๆ …

ประวัติของ Palm Springs

        ในส่วนของประวัติของ Palm Springs นั้นมีอยู่หลากหลายรูปแบบมาก เหมือนกับหลายเมืองทั่วไป ที่เมื่อมีการอาศัยหรือตั้งถิ่นฐาน มีคนอยู่หลาย ดังนั้นในส่วนของประวัติจึงมีความหลากหลายตามไปด้วย Palm Springs มีอายุมากว่า 2000 ปี คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอยู่ในตอนแรกจะมีฐานะเป็นผู้ล่า Palm Springs นับว่าเป็นชุมชนที่มีความเงียบสงบ ผู้คนสามารถที่จะอาศัยอยู่ได้ถึงแม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นจะมีอากาศร้อน หรือเป็นทะเลทราย นั่นแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่มีคนอยู่มากที่สุดคือพื้นที่ที่เป็นโอเอซิส หรือเรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ยังพอมีความชื้นอยู่บ้าง โดยคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้ช่วงแรกๆ จะมีอาวุธในการล่าสัตว์อย่างเช่นธนู พวกเขามีความสามารถในการล่าสัตว์ เพื่อมาเป็นอาหาร อีกทั้งยังเอาส่วนต่างๆ ของสัตว์มาประยุกต์เป็นทั้งของใช้ รวมไปจนถึงเครื่องนุ่งห่มด้วย หลังจากนั้นไม่นานนักก็มีชาวอเมริกันเริ่มแผ่ขยายเข้ามายังพื้นที่ของ Palm Springs ซึ่งชนเผ่าก่อนหน้านี้จะเป็นพวกอินเดียนแดง โดยชาวอเมริกันเริ่มเข้ามาเมื่อปี 1852  การพุกรุกของพวกเขานั้นเริ่มแผ่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากนั้นเอง Palm Springs ก็เริ่มมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากชาวอเมริกันที่เข้ามานี่เอง การเข้ามาของชาวอเมริกันทำให้ Palm Springs ในอดีตนั้นมีการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นในส่วนของการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งจะมีข้อจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความเป็นระเบียบของการอยู่อาศัยร่วมกันนั่นเอง หลังจากนั้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีการเข้ามายังพื้นที่ของ Palm Springs เพื่อทำการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพยนตร์ รวมไปจนถึงผู้ที่มีอุปการคุณหลายๆ คนที่เข้ามาดูแลในเรื่องของคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในท่องถิ่น ทั้งเข้ามาให้ความรู้ ให้ความช่วยเหลือในเรื่องของอาหารการกิน และสร้างสนามเด็กเล่นให้กับเด็กๆ …

มารู้จักทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันเถอะ

ทะเลทรายนับว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของโลก ที่มีเสน่ห์มากๆ โดยทะเลทรายนั้นเป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งจัด จะมีพืชและสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถอาศัยอยู่บริเวณทะเลทรายได้ ทำให้เรานั้นสามารถทราบได้ทันทีว่าสัตว์หรือพืชเหล่านี้นั้นมีการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ในส่วนของพืชนั้นจะต้องเป็นพืชที่สามารถกักเก็บความชื้นได้อย่างดี ในส่วนของสัตว์เองก็จะต้องมีความสามารถในการใช้ชีวิตในภาวะที่มีน้ำน้อยๆ ได้ แต่บางครั้งสัตว์บางชนิดที่อยู่ในทะเลทรายมักจะปรับตัวโดยการพักในตอนกลางวัน แล้วออกหากินในช่วงตอนกลางคืน เพราะในช่วงกลางคืนนั้นอุณหภูมิจะต่ำกว่า ทำให้สามารถหาอาหารได้นานกว่า จึงทำให้ปัจจุบันนี้เราจะยังเห็นพืชและสัตว์บางชนิด ที่ยังอาศัยอยู่ในบริเวณทะเลทรายได้ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ทะเลทรายหลายแห่ง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ ที่นิยมเดินทางไปชมความสวยงามของทะเลทราย สำหรับทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า Sahara ซึ่งทะเลทราย Sahara นี้มีพื้นที่ทั้งหมดถึง 9.3 ตร.กม. เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่พอๆ กับสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศเลยทีเดียว โดยทะเลทราย Sahara ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา มีอาณาเขตกว้างขวางอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น นอกจากนี้โดยรอยของทะเลทราย Sahara ก็ยังมีหลายประเทศที่มีอาณาเขตติดต่ออยู่ด้วย เช่น Chad, Niger Libya, Tunisia, Algeria, Sudan และ Egypt  ในส่วนของอุณหภูมิในทะเลทรายนั้นแน่นอนว่ามันต้องมีอุณหภูมิสูงมากๆ ทั้งไม่มีต้นไม้ ทั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งในทะเลทราย Sahara มีอุณหภูมิเฉลี่ยถึง 32 องศาเซลเซียส แต่อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะมองว่าอุณหภูมิดูไม่สูงมาก แต่อย่าลืมว่าอุณหภูมิดังกล่าวนั้นเป็นอุณหภูมิเฉลี่ย ซึ่งจริงแล้วเมื่อพูดถึงอุณหภูมิที่เคยสูงที่สุดในตอนกลางวัน ในทะเลทราย Sahara มีความร้อนสูงถึง 57 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว แถมที่ทะเลทราย …

ทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในโลก

        เมื่อเรากล่าวถึงทะเลทราย เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงความร้อนที่ระอุ จนแทบจะไม่อยากเดินไปไหนมาไหน ด้วยความที่ประเทศไทยของเรานั้นเป็นเมืองร้อน เราจึงไม่ค่อยชื่นชอบกับความร้อน หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศร้อนสักเท่าไรนัก แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังมีกลุ่มคนอีกหลายกลุ่มที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว ดังที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพอสมควร ที่นิยมไปเที่ยวทะเลทราย ซึ่งในโลกของเรานี้มีทะเลสวยๆ หลายที่มากๆ แต่สำหรับคนไทยแล้ว เรามักจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้สึกเย็นสบายมากกว่า การที่จะออกไปเที่ยวยังสถานที่ที่มีอากาศร้อนๆ อย่างทะเลทราย เป็นต้น อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าทะเลทรายในโลกของเรานั้นมีอยู่หลายเขตพื้นที่ โดยในแต่ละที่นั้นก็จะมีความร้อน หรืออุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าทะเลทรายนั้นตั้งอยู่พื้นที่ใดของโลก นอกจากนี้ในส่วนของเมฆ หรือท้องฟ้าอากาศในแต่ละวันก็มีผลด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่นในบางวันที่มีเมฆมากวันนั้นก็อาจจะมีอุณหภูมิที่ลดลงมากกว่าวันที่ฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆ นอกจากนี้ในส่วนของตอนกลางคืนอากาศที่ทะเลทรายจะลดต่ำลงมากๆ เนื่องมาจากทรายมีคุณสมบัติในการคายความร้อนได้อย่างดี ด้วยเหตุที่กลางวันและกลางคืน อุณหภูมิต่างกันแบบสุดขั้ว จึงทำให้มีพายุเกิดขึ้นที่ทะเลทรายอยู่บ่อยๆ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ต่างก็มีผลกับอุณหภูมิของทะเลทรายด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับทะเลทรายที่อุณหภูมิสูงที่สุดในโลกนั้น บางครั้งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกันไปบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมากๆ นอกเหนือจากที่กล่าวไป แต่ในวันนี้เราจะเอาทะเลทรายที่ร้อนที่สุดเรียงลำดับกันมาแบบคร่าวๆ  ดังนี้ Atacama Desert นับว่าเป็นทะเลทรายที่มีความแห้งแล้งมากที่สุดในโลก หรือสามารถการันตีได้อีกอย่างว่าน่าจะเป็นทะเลทรายที่มีอุณหภูมิร้อนตามไปด้วย โดยทะเลทรายแห่งนี้ฝนไม่ตกมาแล้วกว่า 400 ปี อีกทั้งยังมีน้ำฝนโดยเฉลี่ยเพียงแค่ 0.004 นิ้ว ทะเลทราย Atacama มีพื้นที่ 1 แสนกว่าตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศชิลี เชื่อมต่อกับทางทิศใต้ของประเทศเปรู Sahara Desert ทะเลทรายนี้เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 9 …