สัมผัสพื้นที่แห้งแล้งสุดๆ ณ แอนตาร์คติกา

ประเทศไทยเรานี่ถือว่าดีทีเดียวฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลอาจจะมีมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่สภาพแวดล้อมกำหนด อย่างไรก็ตามมีบางมุมของโลกนี้ที่บางครั้งฟ้าฝนก็ไม่ได้ตกต้องตามฤดูกาลเท่าไรนัก บางพื้นที่ฝนตกน้อยมาก หรือไม่ตกเลยก็มี แต่เราจะพาไปสัมผัสพื้นที่แห้งแล้งสุดๆของโลกกันว่ามันอยู่ตรงไหน

แอนตาร์คติกา ดินแดนแห่งความแล้ง

ดินแดนแห้งแล้งสุดในโลก หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นทะเลทราย ซาฮาร่า แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ใช่ คำตอบคือ แอนตาร์คติกา หรือ ขั้วโลกใต้นั่นเอง แม้ว่าจะมีหิมะก็จริง แต่การสำรวจกลับบอกว่าดินแดนแห่งนี้แห้งแล้งมาก โดยเฉลี่ยจะมีฝนตกไม่ถึง 1 นิ้วต่อปีเท่านั้นเอง (เกณฑ์พื้นที่แห้งแล้งบอกไว้ว่าจะต้องมีฝนตกในพื้นที่ไม่ถึง 10 นิ้วต่อปี) ไม่เพียงแค่นั้นบางพื้นที่ในแอนตาร์คติกา ฝนไม่ตกเป็นเวลากว่าล้านปีแล้ว

Dry Valley ดาวอังคารบนพื้นโลก

ทวีปแอนตาร์คติกาแม้ว่าสภาพโดยรอบจะแห้งแล้งอยู่แล้ว แต่จุดแห้งแล้งจนน่ากลัวแต่น่าศึกษามากสุดนั่นคือ Dry Valley หรือ หุบเขาแห่งความแห้งแล้ง หุบเขาแห่งนี้พิเศษมาก อย่างแรกสภาพแวดล้อมแห่งแล้งมากแทบจะไม่มีความชื้นอยู่เลย ไม่มีหิมะปกคลุม ไม่มีน้ำแข็งปกคลุม (ทั้งๆที่รอบนอกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะ) พื้นที่โดยรอบจะเป็นออกไซต์ของเหล็ก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า สนิม นั่นเอง สภาพเลวร้ายแบบนี้เลยไม่แปลกที่จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ตรงนี้ได้เลย ไม่น่าเชื่อใช่ไหม ยังไม่หมดพื้นที่ตรงนี้นักวิทยาศาสตร์นอกจากสนใจในความขัดแย้งแบบสุดขั้วแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ทดลองสภาพแวดล้อมของดาวอังคารอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นดาวอังคารบนพื้นโลกก็ไม่ผิดนัก

ทำไมความชื้นถึงไม่มี

คำถามต่อแอนตาร์คติกา นั่นคือ ทั้งๆทีมันอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำแม้ว่าจะอยู่ในรูปน้ำแข็งขนาดนั้น แต่กลับไม่มีความชื้นอยู่เลยนั่นเป็นเพราะอะไร คำตอบก็คือ ลักษณะพิเศษของหุบเขานั้นทำให้เกิดสายลมพัดลงเขา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากอากาศเย็นจัด บวกกับความหนาแน่น บวกกับแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เกิดลมทั้งเร็ว และแรงมากจากยอดเขา ตลอดเวลา(บางครั้งเร็วถึง 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)  เลยทำให้มันพัดความชื้น น้ำ หิมะ น้ำแข็ง ออกไปจากพื้นที่จนหมด จึงเป็นสาเหตุให้หุบเขานั้นแห้งแล้งจนไม่น่าเชื่อนั่นเอง ใครอยากไปสัมผัสความแห้งแล้งสุดของโลกก็ลองไปผจญภัยกันได้ ณ แอนตาร์คติกา